สินค้า

ตั้งเป้าส่งออกอาหารปีนี้

ตั้งเป้าส่งออกอาหารปีนี้

สถาบันอาหารตั้งเป้าส่งออกอาหารปีนี้ทะลุ 1 ล้านล้าน เป็นครั้งแรก หลังเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว จับตา ไก่-มัน-อาหารกระป๋องพุ่งกระฉูด แต่ห่วงน้ำตาลจอดรอดยาก อุตฯ อาหารไทยชี้แนวโน้มส่งออกปี 56 เติบโตร้อยละ 6 ทะลุ 1 ล้านล้านบาทครั้งแรก ระบุค่าเงินบาทแข็ง-ภัยแล้งเสี่ยงฉุดหลุดเป้า ธุรกิจเกษตรฯ เผยเอกชนดัน ‘ออร์แกนิก’ สู่ตลาดยาก เหตุผลิตไม่ทันผู้บริโภค

เปิดเผยถึงการผลักดันครัวไทยสู่ครัวโลกว่า ปี 2556 ไทยตั้งเป้าหมายส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารเพิ่มขึ้น 10% โดยกรมมีแผนส่งเสริมการส่งออกสินค้าอาหารหลายโครงการ เช่น โครงการเจาะตลาดอาหารสุขภาพเพื่อการส่งออก โครงการลู่ทางการค้าการส่งออกอาหารแช่แข็งไปตลาดยุโรปและอาเซียน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการจัดงานแสดงสินค้าไทยในต่างประเทศ 12 งาน คณะผู้แทนการค้าไปเจรจาการค้าในต่างประเทศ 5 คณะ ในประเทศอาเซียน จีน อินเดีย ญี่ปุ่นและตะวันออกกลางอีกด้วย

เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัว โดยสินค้าที่โดดเด่น มี 6 กลุ่ม ประกอบด้วย ไก่และสัตว์ปีก มุลค่าส่งออก  82,236 ล้านบาท ขยายตัว 14.5%, มันสำปะหลัง 69,439 ล้านบาทขยายตัว 6.4%, อาหารสัตว์เลี้ยง 27,302 ล้านบาท เพิ่ม 6.7%, ปลากระป๋องและปลาแปรรูป 26,743 ล้านบาทเพิ่ม 12.8%, เครื่องปรุงรส 17,181 ล้านบาท เพิ่ม 9.6% และทูน่าแปรรูป 87,463 ล้านบาท เพิ่ม 6%

“เศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัวจะช่วยผลักดันให้ไทยส่งออกอาหารได้เพิ่มขึ้นคาดว่าเศรษฐกิจโลกปี 56 จะโต 3.5%  ประกอบกับการร่วมตัวทางด้านเศรษฐกิจในด้านต่างๆ มีส่วนส่งเสริมการค้าภายในภูมิภาคให้ขยายตัวทั้งในรูปแบบการค้าเสรีและหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในภูมิภาค”

ส่วนสินค้าส่งออกที่เสี่ยงต่อการหดตัว ได้แก่ น้ำตาลทราย ผัก ผลไม้สด เนื่องจากภัยแล้งทำให้น้ำตาลจากอ้อยมีคุณภาพลดลง และจีนมีแนวโน้มลดการนำเข้าจากการที่จีนมีผลผลิตน้ำตาลเพิ่มมากขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมน้ำตาลของไทยน่าจะชะลอตัวลงในปีนี้ ส่วนการส่งออกผักผลไม้สดก็ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ขณะที่สินค้าอาหารส่งออกที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทมากที่สุด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ข้าว ผักผลไม้แปรรูป ปลาแปรรูป กุ้งและเครื่องปรุงรส

Tags: , , ,

Thursday, February 21st, 2013 Uncategorized Comments Off

จัดการพ่อค้าฉวยโอกาส

จัดการพ่อค้าฉวยโอกาส

เดี๋ยวนี้สิ่งของก็มีราคาแพงขึ้นทุกวัน ประชาชนก็เดือดร้อนไปตามๆ กัน ในการประชุมครม.วันที่ 15 ม.ค.นี้กระทรวงพาณิชย์จะเสนอให้ครม.รับทราบแนวโน้มราคาสินค้าในปี 2556 โดยเห็นว่าสินค้าส่วนใหญ่มีราคาทรงตัวอยู่ในระดับเดียวกับปี 2555 เนื่องจากวัตถุดิบซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการผลิตสินค้าคาดว่าราคายังคงทรงตัว สำหรับปัจจัยอื่น ๆ ได้แก่ น้ำมันดิบดูไบ คาดว่าจะอยู่ที่ 100 – 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ปี 2555 อยู่ที่ 88.98 – 124.09 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล) และ อัตราแลกเปลี่ยนที่มีแนวดน้มแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย โดยคาดว่าจะอยู่ที่ 28.50 – 32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2555 อยู่ที่ 30.38 – 32.05 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) ขณะเดียวกันคาดว่ารัฐบาลยังคงมีมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน

ทั้งนี้ผลกระทบการปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ มีผลต่อต้นทุนและราคาสินค้า โดยในส่วนของเอสเอ็มอี มีผลต่อต้นทุนประมาณ 2-6% เช่นสิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องหนัง เป็นต้น ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่ซึ่งจะไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใน วันที่ 1 มกราคม 2556 เช่น สินค้าน้ำมันพืช สบู่ ผงซักฟอก ปูนซีเมนต์ และเหล็กเส้น เป็นต้น เพราะได้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำไปแล้วเมื่อวันที่ 1  เมษายน 2555 โดยกระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการติดตามภาวะราคาจำหน่ายสินค้าอย่างใกล้ชิดไม่ให้มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้า ที่อ้างสาเหตุจากการปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

อย่างไรก็ตามยอมรับว่าอาจมีผลทางจิตวิทยาในเรื่องของราคาสินค้าโดยทำให้ร้านค้าส่งและร้านค้าปลีกปรับราคาจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ จะมีมาตรการจัดส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบราคาจำหน่ายอย่างใกล้ชิดหากพบว่าร้านค้ามีพฤติกรรมฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตาขณะเดียวกันการเพิ่มค่าจ้างได้ทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลงรวมถึงนโยบายของรัฐบาลในส่วนต่าง ๆ เช่น การลดภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นต้น จะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลงด้วยเช่นกัน รวมทั้งถ้าผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการเพื่อลดภาระต้นทุนได้จากค่าแรงงานที่จ่ายเพิ่มขึ้นโดยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของผู้ใช้แรงงานให้สูงขึ้นตาม ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตเพิ่มขึ้น ต้นทุนลดลง เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะต่อไป ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมด้วย

Tags: , , , ,

Tuesday, January 15th, 2013 Uncategorized Comments Off